นายวีรศักดิ์ อักษรถึง คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดประกวดดนตรีและการแสดงพื้นบ้านประจำปี พ.ศ.2556 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีการประกวด 10 ประเภท ได้แก่ วงกลองสะบัดชัย วงสะล้อ ซอ ซึง วงปีพาทย์มอญ ลิเก วงกลองยาวอีสาน หมอลำ เซิ้งวงโนรา วงรองเง็ง และเพลงบอก ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมพาวิลเลี่ยน สงขลา ทั้งนี้ โปรแกรมวิชานาฎศิลป์และการแสดง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มรภ.สงขลา ได้ส่งทีมเข้าร่วมประกวดประเภทวงรองเง็ง จำนวน 3 ทีม ผลปรากฏว่า ได้รับรางวัลทั้ง 3 ทีม คือ รางวัลชนะเลิศ รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง และรางวัลชมเชย และได้เข้ารับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
6:14 PM
นายวีรศักดิ์ อักษรถึง คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดประกวดดนตรีและการแสดงพื้นบ้านประจำปี พ.ศ.2556 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีการประกวด 10 ประเภท ได้แก่ วงกลองสะบัดชัย วงสะล้อ ซอ ซึง วงปีพาทย์มอญ ลิเก วงกลองยาวอีสาน หมอลำ เซิ้งวงโนรา วงรองเง็ง และเพลงบอก ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมพาวิลเลี่ยน สงขลา ทั้งนี้ โปรแกรมวิชานาฎศิลป์และการแสดง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มรภ.สงขลา ได้ส่งทีมเข้าร่วมประกวดประเภทวงรองเง็ง จำนวน 3 ทีม ผลปรากฏว่า ได้รับรางวัลทั้ง 3 ทีม คือ รางวัลชนะเลิศ รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง และรางวัลชมเชย และได้เข้ารับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
มรภ.สงขลา คว้า 3 รางวัลประกวดรองเง็งชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพฯ
นายวีรศักดิ์ อักษรถึง คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดประกวดดนตรีและการแสดงพื้นบ้านประจำปี พ.ศ.2556 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีการประกวด 10 ประเภท ได้แก่ วงกลองสะบัดชัย วงสะล้อ ซอ ซึง วงปีพาทย์มอญ ลิเก วงกลองยาวอีสาน หมอลำ เซิ้งวงโนรา วงรองเง็ง และเพลงบอก ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมพาวิลเลี่ยน สงขลา ทั้งนี้ โปรแกรมวิชานาฎศิลป์และการแสดง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มรภ.สงขลา ได้ส่งทีมเข้าร่วมประกวดประเภทวงรองเง็ง จำนวน 3 ทีม ผลปรากฏว่า ได้รับรางวัลทั้ง 3 ทีม คือ รางวัลชนะเลิศ รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง และรางวัลชมเชย และได้เข้ารับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
Labels:
พื้นบ้าน
6:10 PM
“ขนมหวัก” ของกินพื้นบ้านปักษ์ใต้ อร่อยเด็ดจนต้องจองคิวข้ามวัน!
“ขนมหวัก” ของกินพื้นบ้านปักษ์ใต้ ซึ่งกลายเป็นขนมหายาก และเหลือเพียง 3 เจ้าใน จ.สงขลา ด้วยสีเหลืองทองน่ารับประทาน สอดไส้กุ้งและถั่วงอก กินคู่กับน้ำจิ้มสูตรพิเศษ อร่อยเด็ดอย่าบอกใคร จนลูกค้าต้องโทร.จองคิวข้ามวันเลยทีเดียว
“ขนมหวัก” เป็นขนมไทยพื้นบ้านของภาคใต้ ซึ่งขณะนี้แทบไม่มีให้เห็น และเป็นสินค้าหายากในท้องตลาด คนรุ่นใหม่หลายคนอาจจะไม่รู้จัก แต่นางวัลภา วรรณกูล อายุ 42 ปี ชาวจังหวัดสงขลา ยังคงสืบทอดการทำ “ขนมหวัก” มาจากครอบครัว และขายในเขตเทศบาลนครสงขลามากว่า 10 ปี จนเป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับของลูกค้า และถือเป็นแม่ค้า 1 ใน 3 รายของ จ.สงขลา ที่ยังคงอนุรักษ์สูตรการทำขนมหวักแบบโบราณดั้งเดิมเอาไว้
นางวัลภา แม่ค้าขนมหวัก บอกว่า ในแต่ละวันจะทำขนมหวักขายเพียงวันละ 120 หวักเท่านั้น โดยลูกค้าจะสั่งจองคิวทางโทรศัพท์ เมื่อถึงคิวก็จะมารับโดยไม่ต้องมายืนรอ เพราะหมดแล้วหมดเลย และราคาไม่แพงขายลูกละ 10 บาทเท่านั้น โดยได้สูตรขนมหวักแสนอร่อยนี้มาจากแม่
“ส่วนผสมของขนมหวัก ได้แก่ แป้งถั่วเหลือง กุ้งสด ถั่วงอก และน้ำจิ้ม แต่ตอนนี้ที่ทำอยู่เพื่อต้องการอนุรักษ์ขนมพื้นบ้านโบราณไว้เท่านั้น ไม่ได้ทำเป็นอาชีพหลัก โดยจะทำเฉพาะในช่วงงานสำคัญ หรือกิจกรรมการท่องเที่ยว” นางวัลภา กล่าว
สูตรการทำขนมหวักนั้น จะนำถั่วเหลืองมาบดเป็นแป้งใส่ในหวัก หรือทัพพี ทรงครึ่งวงกลม โดยใส่ไส้ที่ทำจากถั่วงอกและกุ้งสด แล้วทับด้วยแป้งถั่วเหลืองอีกครั้ง จากนั้นนำไปทอดน้ำมันร้อนๆ ในกระทะทั้งจวัก จนแป้งสุกได้ที่เป็นสีเหลืองทองอร่าม แล้วยกมาแกะออก ซึ่งเมื่อสุกแล้วรูปร่างของขนมหวักจะคล้ายซาลาเปาทอด โดยรับประทานกับน้ำจิ้มสูตรเฉพาะ
และสำหรับที่มาของชื่อ “ขนมหวัก” นั้น ก็เรียกตามอุปกรณ์ที่ใช้ทำ คือ ทัพพี ซึ่งภาษาปักษ์ใต้เรียกว่า “หวัก” (จวัก) นั่นเอง
ภาพ/เรื่อง - ธวัช หลำเบ็ญส๊ะ
“ขนมหวัก” เป็นขนมไทยพื้นบ้านของภาคใต้ ซึ่งขณะนี้แทบไม่มีให้เห็น และเป็นสินค้าหายากในท้องตลาด คนรุ่นใหม่หลายคนอาจจะไม่รู้จัก แต่นางวัลภา วรรณกูล อายุ 42 ปี ชาวจังหวัดสงขลา ยังคงสืบทอดการทำ “ขนมหวัก” มาจากครอบครัว และขายในเขตเทศบาลนครสงขลามากว่า 10 ปี จนเป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับของลูกค้า และถือเป็นแม่ค้า 1 ใน 3 รายของ จ.สงขลา ที่ยังคงอนุรักษ์สูตรการทำขนมหวักแบบโบราณดั้งเดิมเอาไว้
นางวัลภา แม่ค้าขนมหวัก บอกว่า ในแต่ละวันจะทำขนมหวักขายเพียงวันละ 120 หวักเท่านั้น โดยลูกค้าจะสั่งจองคิวทางโทรศัพท์ เมื่อถึงคิวก็จะมารับโดยไม่ต้องมายืนรอ เพราะหมดแล้วหมดเลย และราคาไม่แพงขายลูกละ 10 บาทเท่านั้น โดยได้สูตรขนมหวักแสนอร่อยนี้มาจากแม่
“ส่วนผสมของขนมหวัก ได้แก่ แป้งถั่วเหลือง กุ้งสด ถั่วงอก และน้ำจิ้ม แต่ตอนนี้ที่ทำอยู่เพื่อต้องการอนุรักษ์ขนมพื้นบ้านโบราณไว้เท่านั้น ไม่ได้ทำเป็นอาชีพหลัก โดยจะทำเฉพาะในช่วงงานสำคัญ หรือกิจกรรมการท่องเที่ยว” นางวัลภา กล่าว
สูตรการทำขนมหวักนั้น จะนำถั่วเหลืองมาบดเป็นแป้งใส่ในหวัก หรือทัพพี ทรงครึ่งวงกลม โดยใส่ไส้ที่ทำจากถั่วงอกและกุ้งสด แล้วทับด้วยแป้งถั่วเหลืองอีกครั้ง จากนั้นนำไปทอดน้ำมันร้อนๆ ในกระทะทั้งจวัก จนแป้งสุกได้ที่เป็นสีเหลืองทองอร่าม แล้วยกมาแกะออก ซึ่งเมื่อสุกแล้วรูปร่างของขนมหวักจะคล้ายซาลาเปาทอด โดยรับประทานกับน้ำจิ้มสูตรเฉพาะ
และสำหรับที่มาของชื่อ “ขนมหวัก” นั้น ก็เรียกตามอุปกรณ์ที่ใช้ทำ คือ ทัพพี ซึ่งภาษาปักษ์ใต้เรียกว่า “หวัก” (จวัก) นั่นเอง
ภาพ/เรื่อง - ธวัช หลำเบ็ญส๊ะ
Labels:
เมนูเด็ด














